วันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ยือโร๊ะหมู่บ้านสานฝัน

เด็กหญิง  ฟาอีซะห์  นามสกุล  ดือราซอ
ชั้นมัธยมศึกษา 2/3  
โรงเรียนศรีฟารีดาบารูวิทยา
                   เรียงความ ยือโร๊ะหมู่บ้านสานฝัน



บ้านน้อยหลังหนึ่ง ฉันทึ่งนักหนา 
สีสวยงามตา ชั่งหน่าอนู่จริง 
ต้อนไม้ใบหญ้า หน้าเหมือนผุ้หญิง 
น้ำใสไหลนิ่ง สุขจริงบ้านฉัน
เศรษกิจพอเพียงเพียงพอใช้
ทรัพย์ที่ได้พึงประมาณการซื้อหา
รู้พอดีเก็บหอมออมเงินตรา
เพื่อวันหน้าคราลำบากไม่ยากจน

             ทุกหมู่บ้านในชนบท หรือสถานที่ทางศาสนา เป็นศูนย์รวมกิจกรรมต่างๆ ในหมู่บ้าน     เขตปกครองที่เล็กที่สุด ประกอบด้วยบ้านเรือน ราษฎรจำนวนมากหรือน้อย แล้วแต่ขนาดของหมู่บ้าน   ท้องที่ที่รวมบ้านหลายบ้านให้อยู่ในความปกครองอันเดียวกัน และมีประกาศจัดตั้งเป็นหมู่บ้าน มีผู้ใหญ่บ้านเป็นหัวหน้าปกครอง  หมู่บ้านน่าอยู่ หมู่บ้านในอุดมคติมีองค์ประกอบมากมาย ความคิดเปลี่ยนไปตลอดเวลาตามวัยที่เติบใหญ่ขึ้น หนูตื่นเต้นกับทุนนิยม  ตื่นเต้นกับทีวีมีรูปมีเสียง เรามีวิทยุ ไฟฟ้า ทันสมัยดีจัง ความเปลี่ยนแปลงที่เข้ามาใหม่เรื่อยๆในชุมชน ปัญหาต่างๆปัญหาใหม่ เกิดขึ้นตามสิ่งใหม่ที่เข้ามา 
              หมู่บ้านของหนู มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ  500  กว่าคน  หมู่บ้านนี้ตั้งอยู่ ตำบล บาโงย  อำเภอ รามัน  จังหวัด ยะลา  คนที่นี้ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ ราชการ คือ เป็นครู  เป็นหมอ  เป็นพยาบาล  และอีกอาชีพหนึ่ง  คือ  ทำสวนพารา  ทำนา  ทุ้งนาบริเวณหมู่บ้านนี้  มีอากาศบริสุธิ์ เป็นหมู่บ้านสันติสุข สะอาด ทุ้งข้าว ทุ้งนา  มีความสำคัญต่อชาวบ้านทุกคน หมู่บ้านของหนูจะมีกิจกรรมทุกปี เช่น โครงการค่ายสานรักสานฝัน  โครงการนี้จัดมาแล้ว 3 ปี  และทางหมู้บ้านมีกราแข่งขันทำอาหาร ขนม และอีกมากมาย  มีการอบรมสวนยางพารา  มีการตรวจสุขภาพผู้สูงอายุ
               ยือโร๊ะ หมู่บ้านสันติสุข หมู่บ้านที่สะอาด หมู่บ้านที่หนูรัก  และหมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านที่สวยงาม  น่าอยู่  สิ่งแวดล้อมและธรรมชาติที่หมู่บ้านยือโร๊ะน่าอยู่  หนูเป็นสมาชิกคนหนึ่งในหมู่บ้านอยากเชิญชวนให้ทุกคนมาเที่ยวและได้สัมผัสหมู่บ้านที่น่าอยู่  และสวยงาม.












หมู่บ้านอาซูรอสัมพันธ์

                          ชื่อ นูร์ไลฬา   นามสกุล วาแมดีซา  ชั้น ม.2/3  เลขที่ 19
โรงเรียนศรีฟารีดาบารูวิทยา
เรื่อง  หมู่บ้านอาซูรอสัมพันธ์


ขึ้นต้นว่าหมู่บ้าน  เชื่อว่าหลายคนจะต้องผูกพันกับมัน  อย่างดิฉันก็มีหมู่บ้านที่ดิฉันผูกพันเหมือนกัน  หมู่บ้านของฉันมีบรรยากาศที่ร่มรื่น  อาจจะร้อนบ้างบางช่วง  แต่ก็สุขใจเมื่อได้อยู่
หมู่บ้านของดิฉันมีชื่อว่า  หมู่บ้านกาลูปัง  ตั้งอยู่ที่อำเภอรามัน  จังหวัดยะลา  มีลักษณะภูมิทัศน์ที่สวยงาม  ฉันชอบตอนฤดูเก็บเกี่ยวข้าว  ท้องนาท้องทุ่งจะเป็นสีเหลืองอร่าม  ดูแล้วฉันจะรู้สึกสุขใจทุกครั้ง  มันทำให้ฉันได้ปลดปล่อย  เมื่อได้มองสิ่งเหล่านั้น  หมู่บ้านของฉันไม่ได้มีแค่นี้  ยังมีอะไรที่ต้องค้นหาอีกมาก   สิ่งที่ดิฉันประทับใจที่สุดคือ  พอมีงานอะไรคนในหมู่บ้าน  ทั้งชายทั้งหญิง   ก็จะร่วมมือกัน  สามัคคีกัน  เป็นสิ่งที่ฉันประทับใจที่สุดเลย  อย่างเช่น  พอมีงานอาซูรอสัมพันธ์  ซึ่งจะเป็นการรวมตัวของ 5 หมู่บ้าน นั้นก็คือ   หมู่บ้านกาลูปัง  หมู่บ้านบาลูกา  หมู่บ้านเลสุ  หมู่บ้านบือแนบารู  และหมู่บ้านบ้านโป๊ะ  ซึ่งในแต่ละปีจะมีการสลับสับเปลี่ยนการเป็นเจ้าภาพ  และจะมีการจัดงานประกวดอาซูรอในปีที่ผ่านมาและปีนี้ในตำบลกาลูปังเป็นเจ้าภาพมีการจัดงานใหญ่มากกวนอาซูรอกัน 13 กระทะ คืออาซูรอทำจากฝักทอง  อาซูรอถั่วเขียวผสมข้าวโพด  อาซูรอไก่ผสมถั่วดำ  ขนมอาซูรอหรือขนมบูโบร์ซูรอ (ภาษาตุรกี:Aşure) เป็นขนมที่ชาวไทยมุสลิมทำขึ้นในวันที่ 10 เดือนมุฮัรรอม ซึ่งเป็นเดือนแรกของปฏิทินอาหรับ ขนมชนิดนี้เป็นขนมที่ได้จากการนำอาหารหลายอย่างมารวมกันแล้วกวนให้เป็นเนื้อเดียวกันคล้ายขนมเปียกปูน ประเพณีการกวนขนมอาซูรอเริ่มจากเจ้าภาพประกาศเชิญชวนชาวบ้านว่าจะมีการกวนขนม เมื่อถึงวันนัดหมาย ชาวบ้านจะนำเครื่องปรุงขนมมารวมกันและช่วยกันกวน เมื่อเสร็จแล้วจะกล่าวขอพรพระเจ้า แล้วจึงแบ่งขนมไปกินกัน เครื่องปรุงขนมที่ใช้ได้แก่ เครื่องแกง ข้าวสารน้ำตาล กะทิ และของที่กินได้อื่นๆ เช่น มัน กล้วย ผลไม้ เนื้อสัตว์ ไข่
เทศกาลดังกล่าวนี้เป็นเทศกาลอาชูรออ์ของชาวชีอะหฺที่ไว้อาลัยต่อการเสียชีวิตของอิหม่ามฮุเซน ชาวตุรกีเรียกขนมที่ทำในเทศกาลนี้ว่า Aşure หรือพุดดิ้งของโนอาห์ ซึ่งจะประกอบด้วยธัญพืช ผลไม้และถั่ว ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นขนมที่ครอบครัวของโนอาห์ทำขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการที่พวกเขามาถึงภูเขาอารารัต ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของตุรกี ชาวตุรกีทำขนมนี้ในวันอาชูรออ์ เพื่อระลึกถึงการสิ้นสุดของสงครามที่คัรบาลา สูตรการทำขนมนี้ต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น
งานนี้จัดเป็น 2 วัน   วันแรกแข่งกวนอาซูรอ  วันที่ 2  แข่งร้องอานาซีดของเด็กๆในแต่ละตาดีกาที่ส่งตัวแทนมาแข่งขัน  และมีแขกรับเชิญเป็นวงอานาซีดที่โด่งดังในระดับอำเภอมาร้องให้ฟังด้วย
             หมู่บ้านไหนๆดิฉันเชื่อว่าทุกคนจะต้องรักและผูกพันหมู่บ้านของตนเอง   ยังกับดิฉันซึ่งรักและผูกพันกับหมู่บ้านที่ดิฉันได้เติบโตมาจนถึงทุกวันนี้   ดิฉันอยากให้ทุกๆคนช่วยกันดูแลรักษาหมู่บ้านของตนเอง  เพราะมันเป็นที่ที่เราผูกพันกันตั้งแต่เด็กจนถึงในวันนี้ได้   การที่จะอยู่ร่วมกันได้ดีเราจะต้องมรความสามัคคี   และร่วมมือกัน  ช่วยเหลือ  เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน  เราก็จะมีชุมชนที่สงบสุขได้


                           





วันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

โกตาชุมชนของฉัน

ชื่อ เด็กหญิง อานีตา สกุล สู ชั้น ม 2/3  เลขที่ 13
โรงเรียน ศรีฟารีดาบารูวิทยา
เรื่อง   โกตาชุมชนของฉัน

เชื่อว่าทุกคนเกิดมา  อยู่บ้าน  มีครอบครัว  มีชุมชน และชุมชนนั้นไม่ว่าจะเป็นชุมชนเล็กหรือชุมชนใหญ่  แต่มันก็เป็นชุมชนที่เราได้อยู่  เติบโต วิ่งเล่น  พบปะกับเพื่อนๆ   ชุมชนแต่ละชุมชนนั้นล้วนมีความแตกต่างกัน  เช่น  ชุมชนชาวอิสลาม  ชุมชนชาวพุทธ  ชุมชนบ้านพักครู บ้านพักตำรวจ  เป็นต้น
            ตำบลโกตาบารู หลายคนคงได้ยินมาบ้าง ตำบลโกตาบารู เป็นตำบลหนึ่งของอำเภอรามัน      จังหวัดยะลา เดิมเป็นที่ตั้งของเมืองรามัน ต่อมาได้ย้ายอำเภอไปตั้งที่ตำบลกายูบอเกาะ  คำว่าโกตาบารู เป็นสำเนียงภามาลายูพื้นเมืองแปลว่า วังใหม่  ตามประวัติศาสตร์ได้เขียนไว้ในสมัยเจ็ดหัวเมือง  โดยเจ้าผู้ครองเมืองเดิมได้เขียนเป็นภาษามาลายูว่า เมืองปัตตานี  เมืองยะลา เมืองรามัน เป็นภาษาอาหรับ โดยชาวอินโดนีเซียที่เข้ามาเผยแพร่ศาสนาบริเวณแหลมมาลายู เมืองโกตาบารูเป็นเมืองที่เจริญอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติมี ทั้งช้าง ป่าไม้ ทอง และแร่ทับทิม มีกองทหารที่กล้าหาญ องอาจ มีอาณาเขตขยายกว้างไปถึงเมืองเปอร์ลิสของมาเลเซีย ตำบลนี้มีความอุดมสมบูรณ์ด้านการค้าขาย   แต่การเพาะปลูกก็มีบ้าง  ตำบลโกตาบารู  มีการเพาะปลูกที่เป็นเอกลักษณ์นั่นก็คือ  การปลูกแตงโม   เป็นต้น ตำบลโกตาบารูเป็นตำบลที่มีขนาดใหญ่พอสมควรจึงมีประชากรอาศัยค่อนข้างมาก จึงต้องจึงจำเป็นต้องแบ่งหมู่บ้านขนาดย่อยออกมา  เช่น ปูลาตีงี  เฆาะ  ศาลเก่า  ตลาดเก่า  มะดือลง  กำปงบูเก๊ะ  จาลงฮิเล   บาโงตาแย   เป็นต้น  และเป็นประจำทุกปี ตำบลของฉันก็จะจัดงาน  ของดีเมืองโกตา  และมีชาวบ้านในละแวกนั้นมาเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังมีขบวนพาเหรดตกแต่งสีสันสวยงามเป็นสัญลักษณ์ของดี เมืองโกตาบารูทั้ง 9 ชุมชน มีการแสดงนิทรรศการต่างๆ รวมถึงมีการแสดงบนเวทีมากมาย เช่น การแสดง สิละศิลปะการต่อสู้ของชาวมาลายู อีกด้วย ปัจจุบันเมืองโกตาบารูเป็นแหล่งสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพมากมาย อีกทั้งยังเป็นแหล่งที่มีช่างฝีมือดีในด้านการทำแหวน และเครื่องประดับต่างๆ ศิลปะการแสดงสิละอันทรงคุณค่า   ซึ่งเป็นศิลปวัฒนธรรมที่บ่งบอกถึงแหล่งอารยธรรมอันเก่าแก่
                   ฉันดีใจและภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นประชากรและเป็นลูกหลานของตำบลนี้   ตำบลนี้เป็นตำบลที่หนูรัก และชาวบ้านในตำบลนี้ก็ใจดีมีน้ำใจ  และหนูสัญญาหนูจะกลับมาพัฒนาตำบลนี้ให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้นค่ะ














ตำบลที่ภูมิใจ


  ชื่อ  เด็กหญิง นูรีฮา  สอเหาะ    ชั้น  .2/3   เลขที่  4
โรงเรียนศรีฟารีดาบารูวิทยา
เรียงความเรื่อง  ตำบลที่ภูมิใจ
             กอตอตือร๊ะเป็น ภาษามลายูแปลว่า วังไม้แก่นตั้งอยู่ในหมู่ที่ 1 บ้านกอตอตือร๊ะโดยจัดตั้งเป็นหมู่บ้านในราปี พ.. 2540 มีกำนันปกครองชื่อ โต๊ะขุน ขึ้นตรงกับหัวเมืองรามันในราชกาลที่ 5ต่อมาได้มีการปฏิรูปการปกครองเป็นมณฑลจังหวัด อำเภอ ตำบล บ้านกอตอตือร๊ะ จึงได้ยกฐานะเป็นตำบลกอตอตือร๊ะแบ่งการปกครองออกเป็น 5 หมู่บ้านจนถึงปัจจุบัน
           ตำบลกอตอตือร๊ะเป็นตำบลที่ไม่กวางนักแต่มีผู้คนอาศัยมาก ซึ่งตำบลกอตอตือร๊ะแบ่งการปกครองออกเป็น 5 หมู่บ้านและหมู่บ้านที่ดิฉันอาศัยอยู่ก็เป็นหมู่จือแรในหมู่บ้านจือแรก็มีผู้คนอาศัยอยู่ไม่มากแต่พวกเขาก็ได้สามัคคีปรองดองไม่ทะเลาะวิทวาทและในหมู่บ้านจือแรก็มี มัสยิด โรงเรียนตาดีกา พอมีการจัดงานพวกเขาส่วนมากจะสนับสนุนกัน ซึ่งในตำบลกอตอตือร๊ะก็มีโรงเรียนอยู่ 3 แห่งแต่อยู่ แต่ละหมู่บ้าน     1.หมุ่บ้าน บาตะห์ติงฆี ก็มีโรงเรียนชื่อ โรงเรียนบ้านกอตอตือร๊ะ   2. หมู่บ้าน กาดือแป ก็มีโรงเรียนชื่อ โรงเรียนบ้านกาดือแป   3. หมู่บ้าน จือแร ก็มีโรงเรียนชื่อ โรงเรียนบ้านคูวอ ซึ่งโรงเรียนที่ดิฉันเรียนตั้งแต่ อนุบาล-.6 คือโรงเรียนบ้านกาดือแป ก็มีนักเรียนไม่มากแต่ดิฉันรู้สึกดีใจที่ได้เรียนโรงรียนนี้เพราะพวกครูทุกคนเอาใจใส่นักเรียน โรงเรียนก็น่าอยู่มีการสอนดีและมีการสอนเรื่องทำการเศรษฐ เช่น ปลูกผัก เลี้ยงปลาดุก และโรงเรียนอยู่อย่างพอเพียงนำผักที่ปลูกมาทำกับข้าว ซึ่งหมู่บ้านกาดือแปก็มีฟาร์มอยู่ 1 แห่ง  
ฟาร์มนี้ก็มีการปลูกผัก เลี้ยง เป็ด ไก่ ปลามีการตรวจรักษาโรคต่างๆเช่นตรวจสุขภาพของเด็กนักเรียนเช่นฉีกวัคซีนตอนที่หนูอยู่ประถมศึกษาปีที่  6 โดยทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพอนามัยกอตอตือร๊ะ และได้มีการสอนเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงและหนูชอบตำบลที่หนูอยู่มากหนูได้ช่วยอะไรมากมายให้กับตำบลของหนู  เช่น เด็กผู้หญิงที่อยู่ในรูปนี้คือตัวดิฉันเองค่ะ
            ดิฉันดีใจมากที่ได้อาศัยอยู่ในตำบลนี้เพราะในตำบลนี้อยู่แบบสงบและอยู่อย่างพอเพียงได้ทำกิจกรรมร่วมกันได้มีความสามัคคีช่วยเหลือซึ่งกันและกันเป็นหมู่บ้านที่มีต้นไม้เยอะอยู่ได้สบายได้สูบอากาศที่สบายอบอุ่น





กายูบอเกาะที่ฉันรัก


รักเด็กหญิง   ฮัสนีมี    ลาเต๊ะ      ชั้น ม.   2 /3    
โรงเรียนศรีฟารีดาบารูวิทยา
เรื่อง   กายูบอเกาะที่ฉันรัก


        บ้านดิฉันตั้งอยู่บ้านเลขที่  23  หมู่  1   ตำบล กายูบอเกาะ  อำเภอ รามัน  จังหวัด  ยะลา                         
ตำบลกายูบอเกาะ เป็นตำบลหนึ่งในจำนวน 16 ตำบลของอำเภอรามัน คำว่า “กายูบอเกาะ” “เป็นภาษามาลายูท้องถิ่น” กายู” แปลว่า “ไม้” “บอเกาะ” แปลว่า “โค้ง” “หรืองอ” มากมาย และมีความเป็นอยู่ที่สงบ มีความสามัคคีแบ่งกันซึ่งกันและกัน มีอะไรช่วยเหลือได้ก็ช่วยกันช่วยเหลือซึ่งกันและกันอย่างสะหม่ำเสมอ.
                    เทศบาลตำบลเมืองรามันห์ ได้เปลี่ยนแปลงฐานะจากสุขาภิบาลกายูบอเกาะ(เดิม)ตามพระราชบัญญัติเปลี่ยนแปลงฐานะของสุขาภิบาลเป็นเทศบาล พ.ศ. 2542 ซึ่งได้รับประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 116 ตอนที่ 9 ลงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2542 มีบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2542 เป็นต้นมา เทศบาลตำบลกายูบอเกาะ ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอรามัน จังหวัดยะลา ห่างจากกรุงเทพฯ ระยะทาง 1,109 กิโลเมตร ทิศเหนือติดกับ ตำบลกอตอตือร๊ะ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา ทิศใต้ ติดกับตำบลบาลอ, ตำบลตะโละหะลอ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลอาซ่อง อำเภอรามัน จังหวัดยะลา ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลยะต๊ะ,ตำบลกาลูปัง อำเภอรามัน จังหวัดยะลา จำนวนประชากรในเขต อบต. 3,459 คน และจำนวนหลังคาเรือน 704 หลังคาเรือน . กายูบอเกาะมี 6 หมู่บ้าน คือ บ้านรามันบ้านตอแล บ้านพงจือนือเร๊ะ บ้านพอแม็ง บ้าน  บาลอสมิแล และบ้านตลาดล่าง หมู่ที่ 1,6 จะอยู่ในเขตเทศบาลตำบลกายูบอเกาะ หมู่ที่ 2 จะอยู่ในเขตเทศบาลบางส่วน จะมี พื้นที่ราบเป็นส่วนใหญ่ จะมีภูเขาบ้างในพื้นที่ หมู่ 2 และ 3 มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 15,280  ไร่ เทศบาลตำบลเมืองรามันห์ ในตำบลกายูบอเกาะเป็นสถานทีทำงานของนายกฯ,รองนายกฯแลพนักงาน ทุกๆปีจะมีการจัดการเล่นกีฬาพื้นบ้านเพื่อต่อต้านยาเสพติดและจัดงานเลี้ยงขอบคุณผู้ที่ทำงานในเทศบาลเมืองรามันห์มีการร้องอานาซีดของเยาวชนในหมู่บ้าน  การอ่านอัลกรุอานและบริเวณสนามอำเภอรามัน เป็น สถานที่เล่นกีฬา เช่น ฟุตบอล วอลเลย์บอล เปตอง และกีฬาอีกมากมาย.  โรงเรียนในตำบลกายูบอเกาะ มีทั้งหมด 4 โรงเรียน มี โรงเรียนบ้านรามัน โรงเรียนบ้านบือยอง โรงเรียนบ้านพอแม็ง โรงเรียนรามันห์ศิริวิทย์ ร้านค้าฯ เช่น เซเว่น มินิมาร์ท ร้านอินเทอร์เน็ต และร้านค้าย่อยอีกมากมาย สถานีตำรวจ เป็นสถานที่ทำงานของตำรวจ ตำรวจมีหน้าที่จับผู้ร้ายให้หมดไป เพื่อความสงบสุขของบ้านเมืองของเรา.  ธนาคาร เป็นสถานที่ ฝาก/ถอนเงิน.  ไปรษณีย์ เป็น สถานที่รับ ส่ง/รับ ประเภทจดหมายหรือสิ่งของต่างๆ.  ที่ว่าการอำเภอ เป็นสถานที่ ทำบัตรประชาชน และสถานที่อำนวยความสะดวกอีมากมาย
                  กายูบอเกาะ เป็นตำบลที่ฉันรักเพราะมีสถานที่อำนวยความสะดวกมากมาย และเป็นตำบลที่สงบ พอเพียง และมีความสามัคคีซึ่งกันและกัน.
                                                                             












วันจันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ชุมชนที่ยาวนาน

ชื่อ เด็กหญิง  อัสหม๊ะ นามสกุล สามะแต เลขที่ 5 ชั้น 2/3
โรงเรียน ศรีฟารีดาบารูวิทยา
เรื่อง ชุมชนที่ยาวนาน
 กาลอ เป็นชุมชนเก่าแก่มีอายุราว 300 ปี เป็นชุมชนแห่งแรกของอำเภอรามัน มีการตั้งถิ่นฐานมานานก่อนสมัยกษัตริย์อิสลามปกครอง   
 ตำบลกาลอ เป็นตำบลหนึ่งใน 16 ตำบลของอำเภอรามัน จังหวัดยะลา ห่างจากที่ว่าการอำเภอรามัน ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ประมาณ 18 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 36.94 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 23,087.50 ไร่ โดยมีที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลกาลอ ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ บ้านกาลอ ตำบลกาลอ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา 1.2 อาณาเขตติดต่อ ทิศเหนือ ติดต่อกับตำบลย๊ะต๊ะ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา ทิศใต้ ติดต่อกับนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ทิศตะวันออก ติดต่อกับนิคมสร้างตนเองธนูศิลป์ อำเภอ รือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ทิศตะวันตก ติดต่อกับตำบลบือมัง อำเภอรามัน จังหวัดยะลา
ตำบลกาลอที่มาของชื่อกาลอ มาจากข้อสันนิษฐาน 3 ข้อ คือ 1. มาจากไม้กาลอหรือไม้ไข่เขียว ซึ่งเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ที่มีอยู่มากมายบนเทือกเขากาลอ 2. มาจากคำว่า "ตือลอกลอ" หรือแมงป่อง เป็นสัตว์ร้ายในนิทานปรัมปรา 3. มาจากคำว่า "สะดียอกาลอ" ซึ่งเป็นสถานที่ที่เจ้าเมืองโกตาบารูใช้
















ชุมชนบ้านบือมังสามัคคี

เด็กหญิง กัสมี ดาหะมิ ชั้น ม.2/3 เลขที่ 14
เรื่อง ชุมชนบ้านบือมังสามัคคี
โรงเรียนศรีฟารีดาบารูวิทยา



                ดิฉันเป็นชาวบือมังคนหนึ่งทีเกิดและโตที่หมู่บ้านแห่งนี้ ชุมชนบือมังแห่งนี้มีชื่อที่มาจากต้นไม้ต้นหนึ่งที่มีชื่อว่า “ต้นบูแม” คนในชุมชนแห่งมีความสามัคคีร่วมมือร่วมใจในการทำกิจกรรมของหมุ่บ้าน หมู่บ้านแห่งนี้มีความสงบสุขและน่าอยู่เป็น อย่างมาก
             หมู่บ้านแห่งนี้ มีประชากรทั้งหมด  5,020  จำนวนหลังคาเรือน 196 หลังคาเรือน ชาวบ้านทำมาหากินแบบเศษฐกิจพอเพียง เช่น ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และอืนๆเป็นต้น ชาวบ้านเป็นคนทีชอบช่วยเหลือซึ่งกันและกันเมื่อในยามที่มีการจัดกิจกรรมต่างๆ ชุมชนแห่งนี้เป็นชุมชนของการเกษรตโดยแท้ เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพทางการเกษรต ปลูกพืชไร่ ทำสวนยาง และหมู่บ้านแห่งนี้เป็นหมู่บ้านที่สงบและไม่มีเหตุการณ์อะไรทีแลวร้ายเพราะคนในชุมชนมีความสามัคคีและปรองดองกันอยู่เสมอ  หมู่บ้านของเราก็เหมือนกับหมู่บ้านแห่งอื่นก็ตรงที่ว่าวัยรุ่นในหมู่บ้านส่วนใหญ่จะไปยุ่งกับสารเสพติด แต่ในขณะเดี่ยวกันบรรดาผู้ที่มีหน้าที่ในส่วนนี้ก็หาทางคิดแก้ไข้กันด้วยวิธีการต่างๆนาๆแล้ว แต่ก็อย่างที่ว่านั้นแหละถ้าไม่มีผู้ขายก็จะไม่มีผู้เสพในเมื่อจัดการไม่ตรงจุดหมู่บ้านไหนๆก็คงยากที่จะปลอดยาเสพติด แต่ถึงอย่างนั้นก็เหอะไม่ใช่ว่าคนหมู่บ้านทั้งหมดจะเป็นแบบนั้น ก็ยังมีคนที่ดีๆที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับสารเสพติด ถึงแม้ว่าบ้างที่จะมีวัยรุ่นอยู่กันเป็นกลุ่มแต่ก็ไม่ใช่ว่าพวกเค้าจะมัวร์เมากับสารเสพติด วัยรุ่นกลุ่มนี้มักจะช่วยเหลือในกิจกรรมต่างของทางหมู่บ้านได้เป็นอย่างมาก พวกเค้าจะรวมตัวกันประชุมบ้าง หารือบ้าง พวกเค้าเป้นกลุ่มวัยรุ่นที่น่ายกย่องมากๆ ช่วยเหลือทุกอย่างที่ทางหมู่บ้านจัดทำ ไม่ว่าจะเป็นงานแต่งของคนในหมู่บ้าน กิจกรรมของเด็กๆ และอีกหลายๆอย่างมากมายซึ่งจะให้กล่าวทั้งหมดนั้น คงต้องเขียนเป็นเล่มรายงาน
                สิ่งเหล่านั้นทีกล่าวไปทั้งหมดฟังแล้วดูเหมือนว่าจะเป็นสิ่งหลอกลวงแต่ที่จริงแล้วหมู่บ้านส่วนใหญ่ก็จะเป็นแบบนี้ สิ่งที่คนในหมู่บ้านแห่งนี้ทำถ้าเอาไปเหล่าให้คนภายนอกฟังแล้วดูเหมือนอาจเป็นเรื่องแต่ง ต้องมาสัมพัสด้วยตัวเองถึงจะรู้ว่าสิ่งที่เหล่าไปแล้วคือความจริง   ดังนั้น หมู่บ้านไหนที่อย่างให้ภายในหมู่บ้านมีความสงบสุข แค่สร้างจิตรสำนึกให้กับวัยรุ่น พวกเค้าจะเป็นพลังเสริมสร้างสิ่งดีๆให้เกิดขึ้นได้อย่างมาก สร้างสิ่งที่ทำให้คนรุ่นต่อๆมาได้เห็น ได้เอาเป็นแบบอย่างที่ดีๆ สร้างความสามัคคีให้แก่คนในหมู่บ้าน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างที่หัวหน้าของหมู่ต้องทำให้เกิดขึ้นภายในหมู่บ้าน เพราะสุดท้ายแล้วมันก็เป็นผลดีแก่หมู่บ้านทั้งนั้นแหละ